ผมมีความเป็นกลางในทางการเมืองในประเทศอเมริกา เพราะไม่ทราบรายละเอียดมากมายเพียงพอว่าใครควรจะเป็นประธานาธิบดีที่ใช่สำหรับสถานการณ์โลกปัจจุบัน
แต่ในที่นี่ผมขออนุญาตกล่าวถึงข้อสังเกตที่มีในใจมากว่าแปดปีแล้วเกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศของอเมริกาโดยเฉพาะการทำสงครามในประเทศอื่นๆ
ผมสังเกตดูเรื่องราวในต่างประเทศมาตั้งแต่โทรทัศน์ยังเป็นจอภาพสีขาวดำ อเมริกามีการส่งทหารไปทำสงครามกับประเทศต่างๆด้วยภารกิจต่างๆตลอดมา
เพิ่งมีในสมัย Trump เป็นประธานาธิบดีซึ่งไม่ก่อสงครามใหม่นอกประเทศ แล้วยังสั่งการถอนทหารจากประเทศในตะวันออกกลางกลับอเมริกา เป็นการปิดฉากสงครามยาวนานมาตั้งแต่เหตุการณ์ 911
ช่วงนั้นผมเพิ่งได้รับรู้เรื่องราวในประเทศอเมริกาเกี่ยวกับธุรกิจค้าอาวุธสงครามซึ่งสร้างความมั่งคั่งมาก เป็นเหตุให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอาจต้องกำหนดสงครามเพื่อสร้าง Demand สินค้าอาวุธสงครามดังเช่นที่ทำกันมายาวนาน
แต่ Trump กลับทำตรงกันข้าม คือไม่สร้าง Demand นั้น แล้วยังพบผู้นำเกาหลีเหนือเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ แม้การเจรจากันจะไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องการไม่ผลิตอาวุธนั้นเพิ่ม แต่ก็เป็นการชะลอไม่ให้เกิดการเร่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์
Trump ไม่ยั่วยุบางประเทศให้เตรียมตัวรบ หรือไม่สนับสนุนประเทศใดให้ทำสงครามกัน แล้วจัดซื้ออาวุธสงครามเพิ่มกระทั่งโลกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดดังเช่นทุกวันนี้
ในประเด็นด้านสันติภาพในโลก ผมสรุปว่าสมัย Trump ทำได้ดีกว่าทุกสมัยตั้งแต่ผมจำความได้
ผมยังเป็นห่วงกังวลแทน Trump เลยว่าถ้าไม่สร้าง Demand การผลิตและขายอาวุธสงครามแล้ว Trump จะเป็นอย่างไรในเวลานั้น แต่ก็ไม่มีสิ่งใดๆเกิดขึ้นอย่างที่ผมกังวล
ผมได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Dawn of Justice มีฉากหนึ่งกล่าวถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมาได้จบลงตั้งแต่กรณี JFK แล้ว
ผมคิดว่าสถานการณ์โลกวันนี้ตึงเครียดมากมายกว่าสมัย Trump เป็นประธานาธิบดีอเมริกา
ในส่วนรายละเอียดด้านอื่นๆโดยเฉพาะในประเทศอเมริกานั้น ผมคงไม่กล่าวความคิดเห็นว่ายุคไหนทำได้ดีกว่ากัน แต่ในฐานะพลเมืองโลก ผมสรุปได้อย่างมั่นใจว่า โลกวันนี้เกือบทุกประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามหรือเตรียมพร้อมการทำสงคราม แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสมัย Trump
มีเหตุผลที่ผมค่อนข้างแน่ใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ แต่ไม่ขอกล่าว คิดว่าท่านที่ได้อ่านสิ่งที่ผมเขียนนี้คงพอเข้าใจได้เองว่าเพราะเหตุใด
แต่ถ้า Trump ชนะการเลือกตั้งปลายปีนี้ แล้วไม่ทำตามที่เคยทำสมัยก่อนหน้านี้ กลับทำให้สงครามเกิดขึ้นหนักหนาขึ้นไปอีก อันนี้ก็ไม่ทราบ ผมจึงไม่สรุปว่าประชาชนชาวอเมริกาควรจะเลือกใครเป็นผู้นำในสมัยต่อไป
ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการหาเสียงเพื่อชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นการชะลอการก่อสงครามเพื่อเพิ่มคะแนนเสียงเป็นสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ แต่ถ้าไม่ว่าท่านใดชนะเลือกตั้ง จะไม่มีความจำเป็นต้องทำตามใจประชาชนและชาวโลกในช่วงหาเสียงอีกต่อไป ดังนั้นการจะเกิดสงครามลุกลามหรือไม่ จะต้องดูนโยบายหลังการชนะเลือกตั้งปลายปีนี้ ช่วงนี้จะทำอะไรตามใจและผลประโยชน์ของตนเองไม่ได้ เพราะอยู่ในช่วงหาเสียง
ผมรู้แค่ว่าในฐานะพลเมืองโลก ในด้านสันติภาพของโลก ตอนนี้แย่มากกว่าสมัย Trump