วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2567

Peace

ผมมีความเป็นกลางในทางการเมืองในประเทศอเมริกา  เพราะไม่ทราบรายละเอียดมากมายเพียงพอว่าใครควรจะเป็นประธานาธิบดีที่ใช่สำหรับสถานการณ์โลกปัจจุบัน

แต่ในที่นี่ผมขออนุญาตกล่าวถึงข้อสังเกตที่มีในใจมากว่าแปดปีแล้วเกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศของอเมริกาโดยเฉพาะการทำสงครามในประเทศอื่นๆ

ผมสังเกตดูเรื่องราวในต่างประเทศมาตั้งแต่โทรทัศน์ยังเป็นจอภาพสีขาวดำ  อเมริกามีการส่งทหารไปทำสงครามกับประเทศต่างๆด้วยภารกิจต่างๆตลอดมา  

เพิ่งมีในสมัย Trump  เป็นประธานาธิบดีซึ่งไม่ก่อสงครามใหม่นอกประเทศ  แล้วยังสั่งการถอนทหารจากประเทศในตะวันออกกลางกลับอเมริกา  เป็นการปิดฉากสงครามยาวนานมาตั้งแต่เหตุการณ์ 911

ช่วงนั้นผมเพิ่งได้รับรู้เรื่องราวในประเทศอเมริกาเกี่ยวกับธุรกิจค้าอาวุธสงครามซึ่งสร้างความมั่งคั่งมาก เป็นเหตุให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอาจต้องกำหนดสงครามเพื่อสร้าง Demand สินค้าอาวุธสงครามดังเช่นที่ทำกันมายาวนาน

แต่ Trump กลับทำตรงกันข้าม  คือไม่สร้าง Demand นั้น   แล้วยังพบผู้นำเกาหลีเหนือเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์  แม้การเจรจากันจะไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องการไม่ผลิตอาวุธนั้นเพิ่ม  แต่ก็เป็นการชะลอไม่ให้เกิดการเร่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์  

Trump ไม่ยั่วยุบางประเทศให้เตรียมตัวรบ หรือไม่สนับสนุนประเทศใดให้ทำสงครามกัน แล้วจัดซื้ออาวุธสงครามเพิ่มกระทั่งโลกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดดังเช่นทุกวันนี้

ในประเด็นด้านสันติภาพในโลก  ผมสรุปว่าสมัย Trump ทำได้ดีกว่าทุกสมัยตั้งแต่ผมจำความได้

ผมยังเป็นห่วงกังวลแทน Trump เลยว่าถ้าไม่สร้าง Demand การผลิตและขายอาวุธสงครามแล้ว Trump จะเป็นอย่างไรในเวลานั้น  แต่ก็ไม่มีสิ่งใดๆเกิดขึ้นอย่างที่ผมกังวล

ผมได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Dawn of Justice มีฉากหนึ่งกล่าวถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมาได้จบลงตั้งแต่กรณี JFK แล้ว

ผมคิดว่าสถานการณ์โลกวันนี้ตึงเครียดมากมายกว่าสมัย Trump เป็นประธานาธิบดีอเมริกา

ในส่วนรายละเอียดด้านอื่นๆโดยเฉพาะในประเทศอเมริกานั้น ผมคงไม่กล่าวความคิดเห็นว่ายุคไหนทำได้ดีกว่ากัน  แต่ในฐานะพลเมืองโลก ผมสรุปได้อย่างมั่นใจว่า โลกวันนี้เกือบทุกประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามหรือเตรียมพร้อมการทำสงคราม  แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสมัย Trump

มีเหตุผลที่ผมค่อนข้างแน่ใจว่าทำไมเป็นแบบนี้  แต่ไม่ขอกล่าว คิดว่าท่านที่ได้อ่านสิ่งที่ผมเขียนนี้คงพอเข้าใจได้เองว่าเพราะเหตุใด

แต่ถ้า Trump ชนะการเลือกตั้งปลายปีนี้  แล้วไม่ทำตามที่เคยทำสมัยก่อนหน้านี้  กลับทำให้สงครามเกิดขึ้นหนักหนาขึ้นไปอีก  อันนี้ก็ไม่ทราบ  ผมจึงไม่สรุปว่าประชาชนชาวอเมริกาควรจะเลือกใครเป็นผู้นำในสมัยต่อไป

ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการหาเสียงเพื่อชนะการเลือกตั้ง  ดังนั้นการชะลอการก่อสงครามเพื่อเพิ่มคะแนนเสียงเป็นสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่  แต่ถ้าไม่ว่าท่านใดชนะเลือกตั้ง  จะไม่มีความจำเป็นต้องทำตามใจประชาชนและชาวโลกในช่วงหาเสียงอีกต่อไป  ดังนั้นการจะเกิดสงครามลุกลามหรือไม่ จะต้องดูนโยบายหลังการชนะเลือกตั้งปลายปีนี้  ช่วงนี้จะทำอะไรตามใจและผลประโยชน์ของตนเองไม่ได้ เพราะอยู่ในช่วงหาเสียง

ผมรู้แค่ว่าในฐานะพลเมืองโลก  ในด้านสันติภาพของโลก ตอนนี้แย่มากกว่าสมัย Trump 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

25 Lessons from Saving Private Ryan

 25 Lessons from Saving Private Ryan Peace is the Natural State of Humanity; War is the Exception The movie shows the brutal chaos of wa...